คำพิพากษาตอกฝา “ทักษิณ” วันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ !!

เมืองไทย 360 องศา
“การให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณกับสื่อมวลชนของประเทศเกาหลี ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงองคมนตรี ถ้อยคำดังกล่าวจึงเป็นปรปักษ์กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง”

บางช่วงบางตอนของคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่พิพากษายกฟ้องคดีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฟ้องอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศที่เพิกถอนหนังสือเดินทางทั้งหมดของเขา โดยอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางได้ยกฟ้องไปแล้ว แต่ นายทักษิณ ชินวัตร ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งในที่สุดก็ได้พิพากษายืนดังกล่าว

จากคำพิพากษาครั้งนี้ก็เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า นายทักษิณ ชินวัตร มีท่าทีต่อสถาบันเบื้องสูงอย่างไร ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่คำพูดหรือการแสดงออกทำนองเดียวกันนี้มีให้เห็นมาอย่างต่อเนื่อง นับเนื่องกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งต้องคดีทุจริต คดีอาญาหลายคดีจนต้องหลบหนีออกนอกประเทศ เขาก็ยังให้พูดให้ร้ายในแบบเดียวกันอยู่เนืองๆ ตัวอย่างคดีที่เขานำไปฟ้องอธิบดีกรมการกงศุลกรณีที่ยกเลิกหนังสือเดินทางนั้น ก็เช่นเดียวกันมาจากคำให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศที่เกาหลีใต้ และจากกรณีเดียวกันนี้ก็ได้ถูกฝ่ายกฎหมายของกองทัพบกไปแจ้งความดำเนินคดีในความผิดอาญาตามมาตรา 112 อีกด้วย ซึ่งคดีกำลังอยู่ในศาล

ทั้งนี้ หลังจากมีการเผยแพร่คำพิพากษาดังกล่าว นายทักษิณ ชินวัตร ได้ทวีตตอบโต้ว่า “การที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกฟ้องคดีที่ผมฟ้องกระทรวงต่างประเทศที่ยกเลิกหนังสือเดินทางผม โดยมิชอบ ซึ่งก็ไม่ได้เกินความคาดหมาย การที่ผมฟ้องไม่ใช่เพราะผมเดือดร้อนอะไร ที่ไม่ได้ใช้หนังสือเดินทางของไทย แต่ผมเพียงต้องการ อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยได้มีโอกาสปรับตัวจากการ ถูกปรามาสว่า ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จนไม่เป็นที่พึ่งของสังคม เพราะได้ดำเนินการไปโดยขัดหลักนิติธรรมสากล และเลือกปฏิบัติต่อคนเฉพาะกลุ่มเฉพาะฝ่ายมาโดยตลอด”

ดังนั้น เมื่อคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดออกมาแบบนี้ แน่นอนว่าตามรูปการณ์แล้วย่อมไม่เป็นผลดีกับ นายทักษิณ ชินวัตร เลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ ผลจากกฎหมายใหม่ที่สามารถพิจารคดีลับหลังจำเลยได้ ทำให้หลายคดีที่เคยถูกแช่แข็งเอาไว้ในศาลก็ถูกนำออกมาพิจารณาคดีเดินหน้าต่อไป อย่างน้อยเท่าที่เห็นก็สองสามคดี เช่นคดีทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทย คดีทุจริตหวยบนดิน และคดีเงินกู้เอ็กซิมแบงก์ ที่ตามตารางเวลาที่ทั้งที่อยู่นอกศาลในความรับผิดในขั้นตอนของอัยการสูงสุดและอยู่ในขั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็จะเริ่มเดินหน้าภายในราวเดือนมิถุนายนนี้แหละ

นั่นก็หมายความว่า หลายคดีทุจริตที่พยายามยื้อเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ต้องเดินหน้านำขึ้นมาพิจารณาต่อแบบลับหลังจำเลย และแม้ว่าตามกฎหมายจะให้อำนาจจำเลย คือ ทักษิณ ชินวัตร จะสามารถแต่งตั้งทนายความมาแก้ต่างในศาลได้ก็ตาม แต่เชื่อว่าในความหมายที่เขาต้องการก็คือต้องการยื้อออกไปให้นานที่สุด นั่นคือต้องการให้จำหน่ายคดีออกไปก่อน

แต่เมื่อเป็นแบบนี้ มันก็เหมือนกับ “ฟ้าฝน” ไม่เป็นใจเอาเสียเลย ที่แน่ๆ คดีที่ถูกฟ้องดำเนินคดีจากคำให้สัมภาษณ์พาดพิงกองทัพและพาดพิงสถานบันเบื้องสูงนั้น นาทีนี้ถือว่าน่าหวาดเสียวอีกคดี เพราะเมื่อศาลปกครองสูงสุดชี้ออกมาแบบนี้ แบบว่า คำพูดดังกล่าวของ ทักษิณ ชินวัตร เป็นคำพูดที่ทำให้เกิดความเสียหายทั้งต่อบ้านเมือง และกระทบต่อสถาบันฯ ความหมายก็ค่อนข้างชัดเจนไปอีกว่าน่าจะจบลงแบบไหน มันเหมือนกับการตอกย้ำลงไปอีก

ถึงได้บอกว่านาทีนี้สำหรับ ทักษิณ ชินวัตร จะต้องเหนื่อยกับหลายคดีที่ต้องเดินหน้าในศาลยื้อไม่ได้ เพราะเท่าที่เห็นตามตารางเวลามีอย่างน้อย 3 คดี ดังกล่าวข้างต้น ทุกคดีล้วนเสี่ยงคุกอีกทั้งสิ้น!!

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์