กม.ตร.ให้โตในสายงาน สกัดวิ่งเต้น

คำนูณเผยกม.ปฏิรูปตำรวจ แบ่งการทำงานตำรวจชัดเจนให้โตในสายงาน สกัดวิ่งเต้น เตรียมยกอำนาจให้พนักงานสอบสวนมีอิสระทำคดี โอนย้ายงานจราจรให้ท้องถิ่นดูแล

นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว “สำนักข่าวไทย” เกี่ยวกับการประชุมกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ วานนี้(27 เม.ย.) ว่า ที่ประชุมได้ย้ำกรอบการทำงาน 2 เรื่องสำคัญคือคลายทุกข์ให้ประชาชนที่รับผลกระทบจากการปฎิบัติงานของตำรวจ และ2. คลายทุกข์ให้ตำรวจให้เติบโตตามสายงาน ปราศจากการวิ่งเต้นตำแหน่ง เบื้องต้นกำหนดโครงสร้างงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแบ่งออกเป็น 4 สายประกอบด้วย สายที่ 1. เจ้าพนักงานสอบสวน ผู้มีหน้าที่ทำสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้อง ยกระดับให้เป็นวิชาชีพเฉพาะเหมือนงานส่วนอื่นในกระบวนการยุติธรรม มีกฎเกณฑ์ให้สามารถทำงานได้โดยอิสระในการส่งฟ้องคี แต่จะต้องมีกลไกตรวจสอบถ่วงดุลจากหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรม

“พนักงานสอบสวนจะมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตำแหน่งและเติบโตก้าวหน้าในสายวิชาชีพเฉพาะนี้ไปตามลำดับ ไม่ถูกแทรกแซงจนถึงชั้นสูงสุดในยศพลตำรวจเอก โดยงานสืบสวนสอบสวนยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนสายงานที่ 2. งานป้องกันปราบปราม สายงานที่ 3. งานเทคนิคและวิชาการ และสายงานที่ 4. งานบริหารและอำนวยการ จะต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางตามลักษณะของหน่วยงานที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายสามารถข้ามสายได้ แต่มีเงื่อนไขต้องย้ายไปในระนาบเดียวกันเท่านั้น และหากต้องการจะเติบโต จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสายงานที่ย้ายไป หรือต้องไปต่อคิวใหม่ ไม่ใช่ย้ายไปกินตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม ซึ่งตรงนี้จะแก้ปัญหาทุกข์ของตำรวจในการวิ่งเต้นตำแหน่งได้” นายคำนูณ กล่าว

นายคำนูณ กล่าวว่า งานหลักของตำรวจคือการป้องกันและปราบปราม งานที่ไม่ใช่งานที่แท้จริงของตำรวจเช่น งานจราจร ท่องเที่ยว รถไฟและทางหลวง เบื้องต้นจะโอนย้ายไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือมีความพร้อมเป็นผู้รับผิดชอบ เช่น งานจราจรจะโอนให้กรุงเทพมหานครหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล เหมือนในอดีตที่โอนย้ายงานเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศกิจและงานดับเพลิงให้ท้องถิ่นดูแล แต่การพิจาณาทั้งหมดต้องขึ้นกับความพร้อมของกำลังพลที่โอนย้ายโดยสมัครใจ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนและงบประมาณ.-สำนักข่าวไทย